Safety & Storing Essential oils – การใช้และการเก็บน้ำมันหอมระเหยให้ปลอดภัย
Safety & Storing Essential oils – การใช้และการเก็บน้ำมันหอมระเหยให้ปลอดภัย

 เนื่องจากน้ำมันหอมระเหย จัดเป็นสารเข้มข้น และการนำน้ำมันหอมระเหยมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ นั้น เพื่อความปลอดภัย จำเป็นที่เราต้องทราบข้อควรระวังต่างๆ 

การนำน้ำมันหอมระเหยมาใช้งานในชีวิตประจำวัน แน่นอน ประโยชน์อาจมาพร้อมโทษ เราจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงข้อควรระวังต่างๆ 

เมื่อมีการทำหกและอุบัติเหตุต่างๆ

·         เมื่อรับน้ำมันเข้าไปในร่างกายโดยไม่ตั้งใจ ให้กินนมเพื่อเจือจางน้ำมันและรีบไปพบแพทย์อย่างเร่งด่วน

·         เมื่อทำน้ำมันหกใส่ผิวหนังให้รีบเทน้ำมันพืชเช่น น้ำมันทานตะวัน น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันสำหรับการปรุงอาหารอื่นๆ หรือน้ำมันเบส ทาลงไปบนผิวหนังเพื่อเจือจางน้ำมันหอมระเหยค่อยๆ ล้างบริเวณนั้นออกด้วยน้ำสบู่ ในกรณีที่ไม่มีน้ำมันพืชใกล้ตัว ให้ล้างผิวหนังบริเวณนั้นด้วยน้ำเย็นแทน

·         เมื่อน้ำมันกระเด็นเข้าดวงตา ให้ล้างดวงตาด้วยนมหรือถ้าไม่มีนมก็ให้ทำความสะอาดดวงตาด้วยน้ำเย็นแทน จากนั้นให้รีบไปพบแพทย์ทันที

·         เมื่อทำน้ำมันหกลงบนเฟอร์นิเจอร์   ให้สวมถุงมือและจัดการกับส่วนที่หกด้วยกระดาษชำระทันที จากนั้นให้ทำความสะอาดบริเวณนั้นด้วยน้ำสบู่ ถ้าบริเวณพื้นผิวได้รับความเสียหายหนักมาก อาจต้องซ่อมหรือใช้น้ำมันขัดเงาเข้าช่วย ให้วางขวดบนจานรองหรือในกล่อง โดยวางอย่าให้สัมผัสเฟอร์นิเจอร์โดยตรง

กรณีทางการแพทย์

·         ห้ามรับประทานน้ำมันหอมระเหยเข้าสู่ร่างกายโดยไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลอย่างเข้มงวดจากแพทย์โดยเด็ดขาด น้ำมันหอมระเหยบางชนิดที่ไม่มีพิษเมื่อใช้กับผิวหนังอาจกลายเป็นมีพิษร้ายแรงได้เมื่อเรารับเข้าสู่ร่างกาย และอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อลำคอ ท้อง หรือแม้กระทั่งสร้างความเสียหายต่อตับและระบบภายในของเราได้

·         ถ้าคุณเป็นโรคหอบหืด ให้หลีกเลี่ยงการหายใจรับสารระเหยโดยตรง ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์และใช้น้ำมันหอมระเหยที่เจือจางอย่างดีแล้วเท่านั้น

·         ถ้าคุณเป็นโรคลมชัก ให้หลีกเลี่ยงน้ำมัน Hyssop และน้ำมัน Wormwood

·         หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันหอมระเหยระหว่างการการตั้งครรภ์และการให้นม เพราะการสูดดมอาจทำให้เกิดการกระตุ้นมากเกินไป และผิวอาจอ่อนไหวง่ายกว่าปกติเมื่อมีการตั้งครรภ์

·         สำหรับเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง (โดยที่มีแนวโน้มที่จะมีอาการแพ้หรือเคยมีผู้ป่วยในประวัติของครอบครัว) หรือผู้ที่มีผิวบอบบางอย่างมาก ให้ใช้น้ำมันหอมระเหยที่ไม่มากไปกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ที่ผสมกันแล้วและให้ทดสอบ Patch testing  ดูก่อน (ดูหน้า 17 )

ข้อแนะนำสำหรับทารกและเด็ก 

ทารกและเด็กให้ระวังในการใช้น้ำมันกับทารกเพราะผิวของทารกจะบอบบางมากและดูดซึมได้ดี  ซึ่งอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อเด็กทารกได้

·         ทารกที่ยังไม่โตเต็มที่และอายุไม่เกิน 3 เดือนไม่แนะนำให้ใช้น้ำมันหอมระเหยกับเด็กอายุเท่านี้ ให้ใช้น้ำมันเบสจากน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันแอปริคอทแทน

·         อายุ 3-6 เดือนให้ใช้แค่น้ำมันหอมระเหยจากลาเวนเดอร์ หรือ Chamomile เท่านั้น โดยให้เจือจางที่ 0.25 เปอร์เซ็นต์ก็คือ 2 หยดของน้ำมันหอมระเหยต่อน้ำมันเบส 2 ช้อนโต๊ะ

·         อายุ 6-12 เดือนให้ใช้แค่คาโมมายล์ Roman chamomile, lavender, neroli, mandarin หรือ rose absolute เท่านั้น โดยให้เจือจางที่ 0.25 เปอร์เซ็นต์ก็คือ 1-2 หยดของน้ำมันหอมระเหยต่อน้ำมันเบส 2 ช้อนโต๊ะ

การเก็บรักษาน้ำมันหอมระเหย    

น้ำมันหอมระเหยถือเป็นสารที่ไม่เสถียรซึ่งก็หมายถึงว่ามันจะมีโอกาสระเหยและเสื่อมประสิทธิภาพได้โดยเฉพาะเมื่อโดนแสง อากาศและความร้อนเพราะมันสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงปฏิกิริยาทางเคมีที่ทำให้สรรพคุณของน้ำมันลดลงได้ ดังนั้นจึงต้องเก็บรักษาให้ถูกต้องเพื่อให้คงประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่จะทำได้

การดูแลรักษาน้ำมันหอมระเหยของ เพียงแค่ทำตามข้อแนะนำด้านล่างก็จะช่วยให้สามารถยืดอายุการใช้งานและสรรพคุณของน้ำมันหอมระเหยของคุณได้

·         น้ำมันหอมระเหยที่ดีต้องเก็บในขวดแก้วสีเข้มเท่านั้น ( สีชา สีดำ สีเขียว สีน้ำเงิน ) มีฝาปิดที่ปิดสนิท

·         เก็บขวดน้ำมันหอมระเหยไว้ในตู้ให้ห่างจากแสงแดดและความร้อน

·         ขวดเก็บน้ำมันหอมระเหยควรจะมีหลอดหยดในตัวทั้งนี้ตัวขวดน้ำมันหอมระเหยที่ดีต้องมีตัวควบคุมการหยดครอบปากขวด โดยควบคุมการหยดทีละหยดซึ่งเป็นข้อกำหนดมาตรฐาน ซึ่งเป็นตัว Safety อีกทางหนึ่งและง่ายต่อการใช้ นอกจากนี้ยังเป็นอุปกรณ์ที่ปลอดภัยกับเด็กอีกด้วย  ไม่แนะนำชนิดแบบยางบีบ dropper เพราะน้ำมันหอมระเหยบางชนิดมีความเข้มข้นสูง อาจมีฤทธิ์กัดกร่อนตัวยางให้ละลาย ส่งผลต่อคุณภาพน้ำมันหอมระเหยให้เสียไปได้

·         ติดกระดาษโน้ตบนขวดเพื่อบอกว่าถูกเปิดเมื่อไหร่ กรณีสูตรผสมควรระบุ ว่าเป็นน้ำมันชนิดใดผสมกันบ้างและวันที่ผสม

·         เก็บน้ำมันหอมระเหยให้พ้นจากมือเด็ก และสัตว์เลี้ยง

·         น้ำมันหอมระเหยก็เหมือนกับแอลกอฮอล์ คือต่างติดไฟได้ ดังนั้นไม่ควรนำไปไว้ใกล้กับสถานที่ไวไฟ เช่น ไฟ เตาไฟ เทียน หรือเปลวไฟ โดยเด็ดขาด

·         อายุของน้ำมันหอมระเหย มีตั้งแต่ 8 เดือนไปจน 8 หรือ 10 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทของสมุนไพร กระบวนการผลิต โดยกลุ่มส้มจะมีอายุสั้นที่สุด  Citronella, Tea tree, Black pepper  3-4 ปี, Clary sage, Rosewood 4-5 ปี แต่ Cedarwood, Vetiver เก็บได้ 6-8 ปี  ให้สังเกตถ้าตัวน้ำมันเริ่มมีตะกอน ขุ่น เหนียวขึ้นและมีกลิ่นเปรี้ยวแตกต่างจากกลิ่นเดิม ก็ให้หยุดใช้

·         อุณหภูมิที่เหมาะสมคือระหว่าง 68 -80 องศาฟาเรนไฮต์ ( 16-27 องศาเซลเซียส)

ไม่แนะนำให้เก็บในตู้เย็นที่มีอาหารอยู่ เพราะกลิ่นอาจปนเปื้อนในอาหารและเครื่องดื่มได้

วิธีการทิ้งน้ำมันหอมระเหยอย่างปลอดภัย

ถ้าคุณมีน้ำมันหอมระเหยที่หมดอายุหรือไม่ต้องการอีกต่อไปแล้ว

ให้คุณทิ้งน้ำมันหอมระเหย ในกลุ่มขยะรีไซเคิลแบบเดียวกับที่คุณทิ้งสีและสารละลายต่างๆที่ไม่ใช้แล้ว

Post on : Sep 26, 2018
Post in : Blog
Author : Aroma & More Admin

Leave your comment